All posts
investing1 min read

Process > Outcome — Mindset ที่เปลี่ยนไปกับการลงทุน

จากไล่หุ้น Aggressive กลายเป็นมองหา Compounding Machine

หยุดถามว่า "หุ้นนี้จะเด้งได้ไหม?" แล้วเริ่มถามว่า "Moat โหดขนาดไหน?" ก่อน. อายุน้อยไม่ได้แปลว่าต้อง Aggressive — Compounding Machine ก็เป็นทางเลือกที่โหดอยู่แล้ว.

ผมรู้สึกว่าช่วงนี้กำลังมี Mindset ที่เปลี่ยนไปกับการลงทุน

อย่างแรกเลยคือยอมรับว่าที่ผ่านมาผมมีความคิดว่าเรายังอายุน้อย สามารถหาหุ้น Aggressive หุ้น Mid Cap เจ๋งๆซิ่งๆ จะได้มีผลตอบแทนเยอะๆ ทำให้โฟกัสกับหุ้นที่กาวเยอะๆบวกที 30% แบบนี้ เหวี่ยงให้สุดไปเลย เอาให้เป็นรถไฟเหาะเลือดร้อนแบบวัยรุ่น

นั่นคือกับดักอีโก้ของผมเองครับ

แล้วอะไรเปลี่ยนไป

แต่หลังจากที่ได้ศึกษานักลงทุนอย่าง Sir Chris Hohn, Dev Kantesaria, Howard Marks, Joseph Carlson อย่างจริงจังอีกที ผมสังเกตได้ว่า

แต่ละท่านไม่เคยเอา Return เป็นตัวตั้งเลย ทุกท่านพูดถึง Moat ของบริษัทก่อน หมกมุ่นคุณภาพของบริษัท แล้วค่อยถามว่าจะหา Alpha ในตลาดยังไง

ผมฟัง Interview ของ Howard Marks ท่านบอกประมาณว่า

There is no way to maximize returns and minimize risks both at the same time, you have to choose one.

จริงๆแค่รักษาเงินต้นให้มากที่สุด minimize risk ก็สามารถชนะตลาดส่วนมากได้แล้วครับ ไม่ต้องไปใช้ท่ายากหาหุ้นเด้งเยอะๆให้มันหวือหวาเลย มันเปลี่ยนความคิดผมมากๆ

คำถามแรกของผมเปลี่ยนไป

แทนที่จะถามว่า

"บริษัทนี้จะให้ Return กับผมเท่าไหร่ในอีก 1–5 ปี มันจะเด้งได้ไหม?"

เป็นคำถามแรก ผมอยากจะถามตัวเองว่า

"Moat ของบริษัทนี้โหดขนาดไหน เราถูกชะตากับผู้บริหารไหม?"

คำถามแรกแบบเก่าไม่ใช่คำถามที่ผิดนะครับ ทุกคนมาลงทุนก็อยากได้ผลตอบแทนสูงๆกันทั้งนั้น ความผิดพลาดอยู่ที่ผมถามคำถามนั้น เป็นคำถามแรก ต่างหาก ทำให้กลายเป็น Outcome > Process

ซึ่งจริงๆแล้วมันควรเป็น Process > Outcome สิ

อายุน้อย ไม่ได้แปลว่าต้อง Aggressive

ในความคิดผม อายุน้อยไม่ได้หมายความว่าเราต้อง Aggressive แบบสุดโต่งเสมอไป กลับกัน เราสามารถมองหา Compounding Machine และให้มัน Compound ในตลาดได้ก่อนคนอื่นด้วยซ้ำ

ถ้าอยากจะเลือดร้อน แบ่งซัก 30% ไปหาความเสี่ยงสูงๆหน่อยก็ยังได้ครับ

แต่ Core ของพอร์ต ขอเป็น Process ที่ Boring ไว้ก่อน